ตู้ Rack แต่ละประเภทรับน้ำหนักได้สูงสุดกี่กิโลกรัม (Load Capacity) และหากใส่อุปกรณ์หนักเกินไปจะเกิดอะไรขึ้น?
- ตู้ Rack แต่ละประเภทรับน้ำหนักได้สูงสุดกี่กิโลกรัม (Load Capacity) และหากใส่อุปกรณ์หนักเกินไปจะเกิดอะไรขึ้น?
-
อีกหนึ่งสเปคที่ต้องพิจารณาก่อนจัดซื้อคือ "ความสามารถในการรับน้ำหนัก (Load Capacity)" โดยเฉพาะหน่วยงานที่ต้องใช้ Server หลายตัว หรือ Battery ของระบบ UPS จำนวนมาก หากเลือกตู้ผิดประเภทอาจนำมาซึ่งความเสียหายระดับโครงสร้างได้ครับ
?? ความสามารถในการรับน้ำหนักของตู้แต่ละประเภท (โดยประมาณ)
- Wall Rack (ตู้แขวนผนัง):
รับน้ำหนักได้ประมาณ 40 - 50 กิโลกรัม (ข้อจำกัดหลักมักอยู่ที่ความแข็งแรงของ "ผนังปูน" และพุกที่ใช้ยึดมากกว่าตัวตู้เหล็ก) - Close Rack / Cabinet Rack ขนาดมาตรฐาน:
รับน้ำหนักได้ประมาณ 500 - 800 กิโลกรัม ซึ่งเพียงพอสำหรับองค์กรขนาดกลางถึงใหญ่ที่มี Server 5-10 เครื่องและอุปกรณ์ Network ทั่วไป - Heavy Duty Rack (เช่น GERMANY EXPORT RACK):
รับน้ำหนักได้สูงสุดถึง 1,000 - 1,200 กิโลกรัม (1 ตัน) โครงสร้างจะเสริมความหนาพิเศษ ออกแบบมาสำหรับ Data Center ระดับ Enterprise ที่มี Blade Server หรือแบตเตอรี่สำรองไฟขนาดใหญ่เต็มตู้
?? จะเกิดอะไรขึ้นหากบรรจุอุปกรณ์เกินขีดจำกัด (Overloading)?
- โครงสร้างบิดเบี้ยว (Deformation): เสาตู้เหล็กอาจเกิดการบิดตัว ทำให้รูยึดน็อตไม่ตรงศูนย์กลาง และอาจทำให้ประตูกระจกหน้าตู้ปิดไม่สนิท หรือแตกหักได้
- ล้อและขาตั้งพังทลาย: น้ำหนักทั้งหมดจะไปกดทับที่ล้อเลื่อน (Castors) หากน้ำหนักเกิน ล้ออาจจะยุบตัว หรือลูกปืนแตก ทำให้ไม่สามารถเข็นตู้เพื่อซ่อมบำรุงได้อีกต่อไป
- อันตรายจากการโค่นล้ม: หากตู้รับน้ำหนักเกินและคุณดึง Server ที่หนักมากๆ ออกมาบนรางสไลด์พร้อมกันหลายตัว จุดศูนย์ถ่วง (CG) จะเปลี่ยน ทำให้ตู้หน้าทิ่มและล้มทับเจ้าหน้าที่ IT ได้ทันที!
@RACKTHAI แนะนำ: ควรคำนวณน้ำหนักรวมของอุปกรณ์ทั้งหมดก่อน และหากน้ำหนักเกิน 800 กิโลกรัม ควรแจ้งฝ่ายขายเพื่ออัปเกรดเป็นรุ่น Heavy Duty ทันทีครับ!
- Wall Rack (ตู้แขวนผนัง):
- sales@serverrackthai.com